กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เตือนนายจ้างต้องจัดฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานให้ลูกจ้าง ทุกคน ทั้งกรณีพนักงานใหม่ เปลี่ยนงาน เปลี่ยนเครื่องจักร ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 6 เดือน ปรับไม่เกิน 2 แสน

   นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 กำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้ผู้บริหาร หัวหน้างาน และลูกจ้างทุกคนได้รับการฝึกอบรมเพื่อให้บริหารจัดการดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานได้อย่างปลอดภัย ทั้งในกรณีนายจ้างรับลูกจ้างเข้าทำงาน เปลี่ยนงาน เปลี่ยนสถานที่ทำงาน หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ ซึ่งมีความเสี่ยงที่อาจเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ และสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง โดยกสร. ได้ประกาศหลักเกณฑ์การอบรมโดยมีหัวข้อวิชา คือ 1.ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน มีระยะเวลาอบรม 1.30 ชั่วโมง 2.กฎหมายความปลอดภัย อาชีว อนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ระยะเวลาอบรม 1.30 ชั่วโมงเช่นกัน และ 3.ข้อบังคับว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งใช้เวลาฝึกอบรม 3 ชั่วโมง ทั้งนี้ วิทยากรฝึกอบรมต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดคือเป็นผู้มีความรู้ มีประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวข้องกับหัวข้อวิชาที่บรรยายไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเป็นผู้ที่ปฏิบัติงานโดยตรงเกี่ยวกับการพัฒนาองค์ความรู้หรือมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการทำงานไม่น้อยกว่า 1 ปี

อธิบดีกสร. กล่าวต่อไปว่า กรณีที่นายจ้างไม่สามารถจัดให้มีการฝึกอบรมได้ สามารถส่งลูกจ้างเข้ารับ การฝึกอบรมกับสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือหน่วยงานที่กสร.กำหนด หรือยอมรับได้ หากนายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 ที่มา : http://www.prbuffet.com/

 

กระทรวงแรงงาน จัดงานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ ครั้งที่ ๓๑ ระหว่างวันที่ ๒๙ มิถุนายน – ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา กรุงเทพฯ มุ่งสร้างความร่วมมือร่วมใจทุกภาคส่วนร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการทำงานอย่างยั่งยืน

 

นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า กสร.ร่วมกับสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) จัด“งานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ ครั้งที่ ๓๑” ภายใต้ชื่องาน “Safety Thailand Safety Together : ร่วมแรงร่วมใจ ประเทศไทยปลอดภัย” ระหว่างวันที่ ๒๙ มิถุนายน – ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เพื่อรณรงค์ ส่งเสริมและกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของความปลอดภัยในการทำงาน ตระหนักถึงอันตรายและความสูญเสียอันเนื่องมาจาก   ความไม่ปลอดภัยและโรคจากการทำงาน อีกทั้งยังเป็นเวทีถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดจนเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมไปถึงเพื่อประกาศเกียรติคุณสถานประกอบกิจการดีเด่น สถานศึกษาปลอดภัยดีเด่น และบุคลากรด้านความปลอดภัยดีเด่น เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้สถานประกอบกิจการอื่น ๆ  ได้ปฏิบัติตาม

 

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกิจกรรมในปีนี้ประกอบด้วย การสัมมนาวิชาการ Safety Thailand การให้ความรู้ทางวิชาการ การจัดนิทรรศการ ด้านการบริหารจัดการ นวัตกรรมความปลอดภัยจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชนและสถาบันการศึกษา การประกวด Brand Ambassador “Safety Smart & Smile Contest 2017”  เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมบันเทิงบนเวที อาทิ ทอล์คโชว์ หัวข้อ กันภัย ดีกว่ากู้ภัย เสียงจากใจคนกู้ชีพพลิกชีวิต โดย ฝันเด่น จรรยาธนากร การแสดงมินิคอนเสิร์ต “เอิ้นขวัญ วรัญญา” จึงขอเชิญชวนนายจ้าง ลูกจ้าง และประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมชมงานในวันและเวลาดังกล่าว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน)  โทรศัพท์   ๐ ๒๔๔๘ ๙๑๑๑ หรือ www.Tosh.or.th

 

ที่มา : http://www.cynhite.com/27063/

วันนี้ ( 1 พฤษภาคม 2560 ) เวลา 09.00 น.ณ.โรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัยพัทลุง อ.เมืองฯ จ.พัทลุง

นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ได้เป็นประธานเปิด กิจกรรมวันแรงงานแห่งชาติประจำปี 2560 ซึ่งสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดพัทลุง ร่วมกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน บริษัท ห้างร้าน หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ นายจ้าง และลูกจ้าง ร่วมกันจัดขึ้น ภายใต้ชื่องาน “แรงงานพัทลุงยุคใหม่ ก้าวไกลสู่ไทยแลนด์ 4.0 ทั้งนี้ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและให้ความสำคัญกับผู้ใช้แรงงานจากภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นบุคลากรที่สำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

สำหรับกิจกรรมงานวันแรงงานวันนี้ ประกอบด้วยการถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และการถวายสัตย์ปฏิญาณประกาศเจตนารมณ์ปกป้องสถาบันและรวมพลังต่อต้านยาเสพติด กิจกรรมการแข่งขันกีฬา ทั้งกีฬาสากลและกีฬาพื้นบ้าน และการบริจาคโลหิตของผู้ใช้แรงงาน การอ่านสารรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ การมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ให้การสนับสนุนการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ มอบดาวแก่ผู้ผ่านการทดสอบฝีมือช่างจากสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นต้น

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงกล่าวว่า ผู้ใช้แรงงานงาน ถือว่าเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะหากไม่มีผู้ใช้แรงงาน กิจกรรมต่าง ๆ ก็ต้องหยุดชะงัก และขาดผู้ให้บริการ ดังนั้นรัฐบาลจึงได้ให้ความสำคัญยิ่ง ต่อผู้ใช้แรงงาน โดยมีมาตรการช่วยเหลือด้านต่าง ๆ เช่น การกำหนดค่าจ้างแรงานที่สูงขึ้น การพัฒนาคุณภาพฝีมือแรงงาน การนำแรงงานเข้าสู่ระบบประกันสังคม เพื่อให้สามารถรับบริการด้านรักษาพยาบาลและการชดเชยรายได้กรณีได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน รวมทั้งการส่งเสริมความรู้แก่ผู้ใช้แรง เป็นต้น

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แจ้งความเอาผิดอาญานายจ้างหจก.เพชรภูผาโยธากิจ จ.พัทลุง ตามกฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน ฐานปล่อยคนงานลงซ่อมถังประปาขาดอากาศเสียชีวิต 3 ราย
นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีนายจ้าง กรณีคนงานก่อสร้างของหจก.เพชรภูผาโยธากิจ 3 รายเสียชีวิตขณะซ่อมถังประปาประจำหมู่บ้านขนาดใหญ่ บริเวณริมอ่างเก็บน้ำป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า นายจ้างปฏิบัติไม่ถูกต้องตามพรบ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 และกฎกระทรวงฯ การทำงานในที่อับอากาศ พ.ศ.2547 รวม 5 ประเด็นด้วยกัน คือ 1.นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในสภาพแวดล้อมที่อาจทำให้ลูกจ้างได้รับอันตราย 2.นายจ้างไม่จัดให้มีการตรวจวัด บันทึกผลและประเมินสภาพอากาศในที่อับอากาศว่ามีบรรยากาศอันตรายหรือไม่ 3. ไม่แต่งตั้งลูกจ้างที่มีความรู้ และได้รับการฝึกอบรมเรื่องความปลอดภัยในที่อับอากาศให้เป็นผู้ควบคุมงาน 4.ไม่จัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลและช่วยชีวิตที่เหมาะสมกับลักษณะงาน และ 5. นายจ้างไม่จัดให้ ลูกจ้างทุกคน ที่ทำงานในที่อับอากาศเข้ารับการฝึกอบรม
อธิบดีกสร. กล่าวต่อไปว่า เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2560 พนักงานตรวจความปลอดภัยได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษของหจก.เพชรภูผาโยธากิจ ต่อพนักงานสอบสวนแล้ว ทั้งนี้ นายจ้างมีความผิด ตามกฎหมายดังกล่าวโดยมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 ที่มา: http://www.prbuffet.com/%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A3-%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B9%89