วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 เวลา 13.00 น. ร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำและปลูกต้นไม้ ณ.วัดเก่าปากพล ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง

 

 

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จับมือ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ร่วม MOU ส่งเสริมจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในสถานประกอบกิจการ มุ่งสร้างโอกาสการเข้าถึง บรรเทาความเดือดร้อนด้านการเงินของลูกจ้าง

นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวภายหลังลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริม สนับสนุน และดำเนินการให้สถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจจัดสวัสดิการแรงงานด้วยวิธีการสหกรณ์กับกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ว่า กสร. มีภารกิจหลักในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ใช้แรงงาน โดยกำกับดูแลให้สถานประกอบกิจการมีการจัดสวัสดิการต่าง ๆ ทั้งตามที่กฎหมายกำหนดและสวัสดิการอื่น ๆ นอกเหนือกฎหมาย การจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการ เป็นสวัสดิการแรงงานด้านหนึ่งที่นายจ้าง ลูกจ้างร่วมมือกันจัดให้มีขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการออมและบรรเทาความเดือดร้อนด้านการเงิน แก้ปัญหาหนี้นอกระบบของลูกจ้าง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำและได้มีระบบสะสมเก็บออมที่ดีของผู้ใช้แรงงาน กสร. จึงร่วมมือกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โดยการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันในวันนี้ (3 ส.ค. 60) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อน ผลักดันให้มีการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในสถานประกอบกิจการเพิ่มมากขึ้น และกำกับดูแลให้สหกรณ์ออมทรัพย์ที่จัดตั้งแล้วมีความโปร่งใส มั่นคง ตลอดจนส่งเสริมให้มีความเข้มแข็ง โปร่งใสและยั่งยืน ซึ่งการร่วมมือกันในครั้งนี้ กสร.รับหน้าที่ประสานความร่วมมือกับสถานประกอบกิจการในพื้นที่เป้าหมายเพื่อให้มีการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์และสนับสนุนเงินกู้จากกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน กรมส่งเสริมสหกรณ์จะให้ความรู้เรื่องสหกรณ์ อุดมการณ์ หลักการและวิธีการสหกรณ์แก่บุคลากรในสถานประกอบกิจการ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จะดำเนินการตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนที่จัดตั้งขึ้นในสถานประกอบกิจการ

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันมีสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจ จำนวน 540 แห่ง มีลูกจ้างเป็นสมาชิก 649,958 คน นอกจากนี้ยังมีกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานเป็นแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำช่วยเหลือลูกจ้างโดยกู้ผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการ ซึ่งมีสหกรณ์ใช้บริการเงินกู้กองทุน 251 สัญญา เป็นเงิน 1,918,370,000 บาท สามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกจ้างที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ฯ แล้ว 217,041 คน สถานประกอบกิจการใดสนใจจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ สามารถติดต่อได้ที่กองสวัสดิการแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครทุกพื้นที่และสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทั่วประเทศ

 

ที่มา : http://www.thailand4.com

กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานดำเนินคดีอาญานายจ้าง รับขนถ่ายสินค้าย่านพระประแดง ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ส่งผลให้ลูกจ้างได้รับบาดเจ็บ ขณะขนถ่ายปลาบนเรือบรรทุกปลาทะเล

นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยถึง กรณีลูกจ้างต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน ๑๐ คน ของห้างหุ้นส่วนจำกัด ซี บีเ อส ทรานสปอร์ต ๒๐๑๖ ได้รับบาดเจ็บเนื่องจากสูดดมสารเคมีที่รั่วไหล ขณะขนถ่ายปลาบนเรือบรรทุกปลาทะเล สัญชาติปานามา ซึ่งจอดอยู่ที่ท่าเทียบเรือใน อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาว่า กสร.ได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษนายจ้างรายนี้ต่อพนักงานสอบสวนแล้ว ฐานไม่ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยฯ เนื่องจากไม่มีการแจ้งให้ลูกจ้างทราบถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานรวมทั้งไม่ได้จัดให้มีการอบรมลูกจ้างที่ต้องทำงานในสถานที่อับอากาศ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย

อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.๒๕๕๔ และกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐาน ในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานในที่อับอากาศ พ.ศ. ๒๕๔๗ ทั้งนี้ ความผิดดังกล่าวมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นนายจ้าง ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน(จป.) ตระหนักถึงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการประสบอันตรายจากการทำงาน เพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่

กองความปลอดภัยแรงงาน โทร.0 2448 ๙๑๒๘-๓๙ หรือที่หน่วยงานของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานทั่วประเทศ

 

ที่มา : http://www.thaipr.net

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จับมือการไฟฟ้านครหลวง ให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าแก่นายจ้าง ภาคอุตสาหกรรม ป้องกันปัญหาการประสบอันตรายจากการทำงาน

นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวภายหลังเป็นร่วมประธานในพิธีเปิดโครงการให้ความรู้ความปลอดภัยตามชุมชนภาคอุตสาหกรรมประจำปี 2560 โรงแรมริชมอนด์-สไตล์ลิช คอนเวนชั่น จังหวัดนนทบุรี วันที่ 4 สิงหาคม 2560 ว่า โครงการให้ความรู้ความปลอดภัยตามชุมชนฯ เป็นความร่วมมือระหว่างกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกับการไฟฟ้า

นครหลวงซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2557 และดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สนับสนุนให้นายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานและลูกจ้างที่เกี่ยวข้องในสถานประกอบกิจการได้ตระหนักและมีความรู้ความเข้าใจสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งมีการดำเนินการได้สอดคล้องตามที่กฎหมายกำหนด

รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า การร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ในการให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยในการทำงาน การป้องกันและแก้ไขปัญหาการประสบอันตรายจากการทำงาน เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินตามนโยบายเซพตี้ไทยแลนด์ของกระทรวงแรงงาน เพื่อก่อให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วนตามกลไกประชารัฐในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการทำงานให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างยั่งยืน

 

ที่มา : http://www.thailand4.com/

 

   กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เตือนนายจ้างต้องจัดฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานให้ลูกจ้าง ทุกคน ทั้งกรณีพนักงานใหม่ เปลี่ยนงาน เปลี่ยนเครื่องจักร ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 6 เดือน ปรับไม่เกิน 2 แสน

   นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 กำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้ผู้บริหาร หัวหน้างาน และลูกจ้างทุกคนได้รับการฝึกอบรมเพื่อให้บริหารจัดการดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานได้อย่างปลอดภัย ทั้งในกรณีนายจ้างรับลูกจ้างเข้าทำงาน เปลี่ยนงาน เปลี่ยนสถานที่ทำงาน หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ ซึ่งมีความเสี่ยงที่อาจเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ และสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง โดยกสร. ได้ประกาศหลักเกณฑ์การอบรมโดยมีหัวข้อวิชา คือ 1.ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน มีระยะเวลาอบรม 1.30 ชั่วโมง 2.กฎหมายความปลอดภัย อาชีว อนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ระยะเวลาอบรม 1.30 ชั่วโมงเช่นกัน และ 3.ข้อบังคับว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งใช้เวลาฝึกอบรม 3 ชั่วโมง ทั้งนี้ วิทยากรฝึกอบรมต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดคือเป็นผู้มีความรู้ มีประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวข้องกับหัวข้อวิชาที่บรรยายไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเป็นผู้ที่ปฏิบัติงานโดยตรงเกี่ยวกับการพัฒนาองค์ความรู้หรือมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการทำงานไม่น้อยกว่า 1 ปี

อธิบดีกสร. กล่าวต่อไปว่า กรณีที่นายจ้างไม่สามารถจัดให้มีการฝึกอบรมได้ สามารถส่งลูกจ้างเข้ารับ การฝึกอบรมกับสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือหน่วยงานที่กสร.กำหนด หรือยอมรับได้ หากนายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 ที่มา : http://www.prbuffet.com/